เจ้าค่าเอ๊ยยยย น้ำหนักลงอีกหน่อยแล้วคร่า อิอิ
ตอนนี้นู๋อุ้ยหนัก 67 กิโลกรัม แล้วนะ
ลดอีกโลครึ่ง จากชั่งคราวที่แล้ว คือ 68.5
ก็นู๋เล่นไม่ไปฟิสเนตเลยนี่ค๊า แต่ยังดีที่พยายามดูแคลอรี่บลาบลา
ตอนแรกนึกว่าจะไม่ลงเลยด้วยซ้ำ ยังดีมันยังลงให้หน่อยนึง
จริงๆ คิดว่าถ้าออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยคงลงเร็วกว่านี้
ได้เบิร์นออกไปมั่งนิ *-*
ชอบอ้างว่าทำงานเหนื่อยแล้ว แล้วหนีกลับบ้านไม่ไปยิมเอาซะเลย
เบื่อตะเองงง
สรุปผล เริ่มลด เมื่อ 14/2/2009 -------> 10/3/2009 ผ่านไป 26 วัน
จาก 69.6 ตอนนี้ 67
+++++++++นู๋จะพยายามต่อไปค่ะ+++++++++++
note ปัญหาที่พบคือ
1. ตอนเช้าชอบตามใจตัวเองเพราะถือว่าอดมาทั้งคืน เลยชอบกินกาแฟใส่นม+น้ำตาล กินหมูปิ้งงง มันเลยแคลอรี่ สูง ไป ในหนึ่งมื้อ
2.เซ็นทรัลชอบทำกับข้าวน่ากิน เลยชอบแอบกินผัดไส้กรอกที่ดูแล้วน่าจะอ้วน
3.บางวันชอบไปนั่งเฝ้าแฟนที่ทำงาน พอหนุ่มๆเค้าเลิกงานเค้าก็ไปซัดมื้อใหญ่กันตอนสามทุ่ม ในฟู้ดคอร์ดอาหารก็น่ากินชะมัด นังนี่เห็นก็หิวมั่ง เลยมีตบะแตกอยู่สองสามครั้ง แก้ปัญหาโดยไปเดินดูเสื้อผ้ารอแฟนกินข้าวกะเดอะแก๊งค์
4.ขี้เกียจขยับตัว อันนี้คงต้องฝืน ไม่ออกกำลังกายแล้วมันลดช้ามากเรยย
มีอาจารย์ที่ทำงานคนนึง ชื่อ R.B เค้าหุ่นแบบว่าแรมโบ้มาก หัวเหม่งๆ แล้วชอบใส่แว่นตากันแดด ดูไปดูมาเหมือนวิน ดีเซล อ่ะ เมื่อก่อนเค้าก็หุ่นดีอยู่แล้ว เด๋วนี้เค้าไปยิมวันละหลายชั่วโมง แล้วมาทำงานด้วยสภาพเหมือนจะตายยแล้วว ถามเค้าก็บอกว่า เค้าต้องฝืนตัวเองเล่นให้หนักกว่าเดิมเรื่อยๆ เพื่อกล้ามเนื้อจะสวยงามขึ้น
คนอย่างนี้ก็มีด้วย หุ่นก็ดีจะตาย ไม่รูจะล่ำไปไหน O_O
เลยถามว่าเค้าทำเพื่ออะไร เค้าตอบมาว่า "For Vanity.."
อึ้งไปเรยยย.. เป็นคำตอบที่ดีมาก
เราเองก็ทำเพื่อสิ่งนี้เหมือนกัน
เพื่อ..ให้คนมองมาแล้วเกิดความรู้สึกชื่นชม รู้สึกว่าเราน่ามอง
มันอาจจะฟังดูเป็นพวกตัดกิเลสไม่ได้แต่มันก็จริงไม่ใช่เหรอ
ว่าทุกวันนี้คนเราก็ตัดสินกันที่รูปร่างหน้าตา
เอาล่ะ ..โม้พอแล้ว ไปพยายามต่อ
อยากสวยก็ต้องสู้..ใช่ไหมคะ ^^